การเล่นบาคาร่า
 
การเล่นบาคาร่า
 
   หรือ  เป็นสิ่งแรกที่ผู้เล่นบาคาร่า ทุกคนจะต้องทำความเข้าใจ เพราะถ้าหากว่าไม่เข้าใจกฏกติกาและ  ที่ถูกต้องก็อาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดเวลาเล่น หรืออาจจะทำให้เสียเวลาในการเล่น เพราะต้องมานั่งทำความเข้าใจในภายหลังว่า เหตุใดถึงเล่น  แล้วเสีย มีวิธีการเล่นง่าย สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะ บาคาร่า เป็นเกมที่มีวิธีการเล่นเหมือนกับไพ่ป๊อกเด้ง คือเป็นการเดิมพันไพ่ของผู้เล่น 2 ฝั่ง ฝั่งไหนที่ได้แต้มมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ โดย  มีดังนี้



วิธีเล่นบาคาร่า

จุดประสงค์ของการเล่นบาคาร่า

เพื่อเป็นการเดิมพันไพ่ของผู้เล่น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งเจ้ามือ หรือ Banker และฝั่งผู้เล่น หรือ Player โดยจะทำการแจกไพ่ให้ฝั่งละ 2 ใบ (แต่ไม่เกิน 3 ใบ) โดยไพ่บาคาร่าใบที่ 1 และใบที่ 3 จะแจกให้ฝั่ง Player ไพ่บาคาร่าใบที่ 2 และ 4 จะแจกให้ฝั่ง Banker ( ถ้าฝั่งไหนต้องการไพ่ใบที่ 3 ต้องเป็นไปตามกฏการจั่วไพ่ใบที่ 3) การแจกไพ่ จะแจกในลักษณะหงายไพ่ขึ้นเสมอ ฝั่งไหนที่มีแต้มรวมมากว่าจะเป็นผู้ชนะ ผู้วางเดิมพันต้องทำการเลือกว่าไพ่ของฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะ โดยสามารถเลือกวางเดิมพันได้ดังนี้

รูปแบบการเดิมพันบาคาร่า































การวางเดิมพัน ความหมาย อัตราต่อรอง
Player ทายว่าแต้มรวมไพ่ของฝั่ง Player จะเป็นผู้ชนะ 1 : 1
Banker ทายว่าแต้มรวมไพ่ของฝั่ง Banker จะเป็นผู้ชนะ 1 : 0.95
Tie Game ทายว่าแต้มรวมของทั้งสองฝั่งจะออกเสมอ 1 : 8
Player Pair ทายว่าไพ่สองใบแรกของฝั่ง Player จะออกไพ่คู่ 1 : 11
Banker Pair ทายว่าไพ่สองใบแรกของฝั่ง Banker จะออกไพ่คู่ 1 : 11


กฏกติกาโต๊ะบาคาร่า

  1. แบบหัก 5% : แบบหัก 5% นี้ ถ้าผู้เล่นเลือกเดิมพันฝั่ง Banker แล้วผลออกมาชนะ เงินรางวัลที่ได้จะถูกหักค่า commission 5% ยกตัวอย่างเช่น วางเดิมพันฝั่ง Banker 100 บาท และชนะ จะได้เงินรางวัลแค่ 95 บาท แต่ถ้าแทงฝั่ง Player 100 บาทและ Player ชนะ จะได้ 100 บาทเต็ม

  2. แบบไม่มีค่า commission : แบบไม่มีค่า commission นี้ ถ้าผู้เล่นเลือกเดิมพันฝั่ง Banker แล้ว Banker ชนะที่ 6 แต้ม จะได้เงินรางวัลแค่ครึ่งเดียว (50%) แต่ถ้าชนะด้วยเเต้มอื่นจะได้เงินรางวัลเต็ม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวางเดิมพันฝั่ง Banker 100 บาท แล้วผลที่ออกคือ Banker 6 แต้ม Player 2 แต้ม จะเห็นว่า Banker ชนะที่ 6 แต้ม ผู้เล่นจะได้เงินรางวัล 50 บาท แต่ถ้าผลที่ออกเป็น Banker ได้ 7 แต้ม Player ได้ 4 แต้ม ผู้เล่นจะได้เงินรางวัล 100 บาท


วิธีเล่นบาคาร่า





  1. ผู้เล่นต้องเลือกวางเดิมพันว่าจะเดิมพันแบบไหน โดยในแต่ละรอบเกมจะมีเวลาในการวางเดิมพัน 25 วินาที เมื่อหมดเวลาจะไม่สามารถวางเดิมพันเพิ่มเติมได้

  2. ผู้เล่นสามารถเลือกวางเดินพันได้ตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท

  3. ในการเล่นบาคาร่า จะมีตารางสถิติบาคาร่าให้ผู้เล่นได้ดู เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยในตารางสถิติจะเป็นการบันทึกการออกของเกมทั้งหมด จะมีให้เลือกดู 3 แบบ คือ แบบ BT , HK และ HK2

  4. เมื่อดีลเลอร์ทำการเปิดไพ่ จะแสดงผลการออกของไพ่ทางหน้าจอของเกม และจะมีการคิดผลแพ้ชนะให้เลยทันที


 

เบื้องต้น



แต้มของไพ่ : แต้มของไพ่แต่ละใบจะมีความหมายตามตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าไพ่ ยกเว้นไพ่ 10 , J , Q , K ที่จะมีแต้มเป็น 0 และไพ่ A ที่จะมีแต้มเป็น 1 โดยสามารถดูได้จากรูปภาพด้านล่าง



วิธีเล่นบาคาร่า



การนับแต้มไพ่ : การนับแต้มไพ่ จะนำแต้มของไพ่ทั้ง 2 ใบมาบวกรวมกัน (ในกรณีที่มีการจั่วไพ่ใบที่ 3 การนับแต้มก็จะนำแต้มของไพ่ทั้ง 3 ใบมารวมกัน) โดยแต้มของไพ่คือตัวเลขท้ายสุดของผลรวม ยกตัวอย่างเช่น



  • ไพ่ใบแรกเป็น 9 ไพ่ใบที่สองเป็น 8 ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบคือ 9 + 8 = 17 แต้มของไพ่ชุดนี้จะเป็น 7

  • ไพ่ใบแรกเป็น 8 ไพ่ใบที่สองเป็น A ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบคือ 8 + 1 = 9 แต้มของไพ่ชุดนี้คือ 9

  • ไพ่ใบแรกเป็น 10 ไพ่ใบที่สองเป็น 9 ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบคือ 10 + 9 = 19 แต้มของไพ่ชุดนี้คือ 9

  • ไพ่ใบแรกเป็น J ไพ่ใบที่สองเป็น 7 ไพ่ใบที่สามเป็น 4 ผลรวมของไพ่ทั้งสามใบคือ 0 + 7 + 4 = 11 แต้มของไพ่ชุดนี้คือ 1


ไพ่แนชเชอรัล : ไพ่แนชเชอรัล คือไพ่ที่มีผลรวมแต้มเท่ากับ 8 แต้มหรือ 9 แต้ม ซึ่งเมื่อเทียบกับไพ่ป๊อกเด้งแล้วก็เหมือนกับไพ่ ป๊อกแปด หรือ ป๊อกเก้า นั่นเอง



กติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3



เนื่องจาก  จะทำการแจกไพ่ให้กับฝั่ง Player ก่อน ดังนั้นในกติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3 จึงต้องพิจารณาที่แต้มรวมไพ่สองใบแรกของฝั่ง Player ก่อน ว่ามีแต้มเป็นเท่าไหร่ แล้วจึงพิจารณาดูว่า จะอยู่ หรือจั่วไพ่เพิ่ม ตามกฏของการจั่วไพ่ และหากว่าฝั่ง Player มีการจั่วไพ่ใบที่ 3 ก็ต้องดูเพิ่มว่าจั่วได้ไพ่อะไร หลังจากนั้นจึงค่อยไปพิจารณาต่อว่าฝั่ง Banker จะต้องจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ โดยรายละเอียดของกฏกติการการจั่วไพ่ใบที่ 3 มีดังนี้



วิธีเล่นบาคาร่า

ข้อสังเกต



  1. ถ้าแต้มรวมไพ่สองใบแรกของฝั่ง Player เป็น 0 – 5 จะต้องจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอ แต่ถ้าแต้มรวมไพ่สองใบแรกได้แต้มตั้งแต่ 6 แต้มขึ้นไป จะอยู่ ไม่มีการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่ม

  2. ถึงแม้ว่าฝั่ง Banker จะมีแต้มรวมไพ่สองใบแรกเพียง 3 แต้ม แต่ถ้าฝั่ง Player จั่วไพ่ใบที่สามได้ 8 ไม่ว่าผลรวมของไพ่สามใบของฝั่ง Player จะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม ฝั่ง Banker จะไม่มีการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่ม

  3. ถึงแม้ว่าฝั่ง Banker จะมีแต้มรวมของไพ่สองใบแรกเป็น 6 แต้ม แต่ถ้าฝั่ง Player จั่วไพ่ใบที่สามได้ 6 หรือ 7 ไม่ว่าแต้มรวมของไพ่สามใบของฝั่ง Player จะเป็นเท่าไหร่ ฝั่ง Banker จะต้องจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอ

  4. กรณีการจั่วไพ่ใบที่สามของฝั่ง Banker จะค่อนข้างซับซ้อนมากกว่าของฝั่ง Player ตารางต่อไปนี้จะช่วยให้สามารถจดจำกฏการจั่วไพ่ของฝั่ง Banker ได้มากขึ้น